คู่มือการคำนวณตัวชี้วัด GDP Deflator: สูตรสำคัญและการวิเคราะห์

ดัชนีราคาผู้ผลิต (GDP deflator) ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า ดัชนีราคาภายใน (implicit price deflator) เป็นมาตรวัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่แสดงการเคลื่อนไหวของราคาในเศรษฐกิจทั้งหมด ต่างจากมาตรวัดเงินเฟ้ออื่น ๆ ตัวชี้วัดนี้จะสะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผลิตภายในประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อเทียบกับช่วงเวลาพื้นฐาน การเข้าใจวิธีคำนวณ GDP deflator ช่วยให้นักเศรษฐศาสตร์ นักนโยบาย และนักลงทุนสามารถแยกแยะระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริงกับการเติบโตที่เกิดจากเงินเฟ้อเท่านั้น

ความแตกต่างระหว่าง GDP Deflator กับมาตรวัดเงินเฟ้ออื่น ๆ

GDP deflator ทำงานโดยเปรียบเทียบตัวเลขรายรับทางเศรษฐกิจในรูปแบบนามธรรม—มูลค่ารวมของผลผลิตทางเศรษฐกิจโดยใช้ราคาปัจจุบัน—กับมูลค่าที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อโดยอิงจากปีฐาน วิธีการนี้ทำให้แตกต่างจากมาตรวัดเงินเฟ้อที่ง่ายกว่า ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เน้นเฉพาะการใช้จ่ายของครัวเรือนเท่านั้น แต่ GDP deflator ครอบคลุมผลผลิตทางเศรษฐกิจทั้งหมด ทำให้เป็นเครื่องมือวัดการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาในภาพรวมของเศรษฐกิจได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

คำถามสำคัญคือ: การเติบโตทางเศรษฐกิจของเราจริง ๆ แล้วเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตหรือเป็นเพียงการขึ้นของราคาเท่านั้น? การแยกแยะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเข้าใจว่าการเติบโตนั้นเป็นผลจากประสิทธิภาพที่แท้จริงหรือเป็นเพียงภาพลวงของการขยายตัว

วิธีคำนวณ GDP Deflator ทีละขั้นตอนด้วยสูตรหลัก

วิธีการคำนวณ GDP deflator ใช้แนวทางทางคณิตศาสตร์ง่าย ๆ สูตรพื้นฐานคือ:

GDP Deflator = (GDP นามธรรม ÷ GDP จริง) × 100

โดยอธิบายแต่ละส่วน:

  • GDP นามธรรม (Nominal GDP) คือ มูลค่ารวมของสินค้าบริการทั้งหมดที่ผลิตได้ โดยใช้ราคาปัจจุบัน
  • GDP จริง (Real GDP) คือ มูลค่ารวมเดียวกันนี้ แต่ปรับตามราคาของปีฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
  • การคูณด้วย 100 ช่วยแปลงอัตราส่วนเป็นดัชนีเพื่อให้ง่ายต่อการตีความ

เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงในระดับราคาทั้งหมด ให้ใช้สูตรรองนี้:

การเปลี่ยนแปลงของระดับราคา (%) = ค่า GDP Deflator − 100

สูตรนี้จะแสดงให้เห็นโดยตรงว่าเศรษฐกิจมีอัตราเงินเฟ้อหรือภาวะเงินฝืดตั้งแต่ปีฐาน

การแปลผลผลลัพธ์ของ GDP Deflator: ตัวเลขบอกอะไรเรา

ผลลัพธ์เชิงตัวเลขจากการคำนวณของคุณจะให้สัญญาณทางเศรษฐกิจเฉพาะเจาะจง:

  • ค่าดัชนี = 100: สภาพราคายังคงเดิมจากปีฐาน ไม่มีเงินเฟ้อหรือเงินฝืดเกิดขึ้น
  • ค่าดัชนี > 100: เศรษฐกิจประสบกับเงินเฟ้อ ราคาทั่วไปเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลาพื้นฐาน ซึ่งโดยทั่วไปหมายความว่าหนึ่งดอลลาร์สามารถซื้อสินค้าจริงได้น้อยลง
  • ค่าดัชนี < 100: เศรษฐกิจประสบกับภาวะเงินฝืด ราคาทั่วไปลดลง ซึ่งหมายความว่าสกุลเงินของคุณมีอำนาจในการซื้อเพิ่มขึ้น

การแปลผลเหล่านี้ช่วยให้นโยบายสามารถประเมินได้ว่าจำเป็นต้องปรับนโยบายการเงินหรือไม่ และนักลงทุนสามารถเข้าใจได้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นผลจากประสิทธิภาพที่แท้จริงหรือเป็นเพียงการขึ้นของราคาเท่านั้น

ตัวอย่างในโลกจริง: วิธีคำนวณ GDP Deflator ในทางปฏิบัติ

สมมุติว่าประเทศหนึ่งในปี 2025 รายงาน GDP นามธรรมอยู่ที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ โดยใช้ปี 2024 เป็นปีฐาน GDP จริง (ปรับตามราคาปี 2024) อยู่ที่ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์

นำค่ามาใช้ในสูตรคำนวณ GDP deflator:

GDP Deflator = (1.25 ÷ 1.1) × 100 = 113.6

ผลลัพธ์นี้บ่งชี้ว่าระดับราคาของเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นประมาณ 13.6% ตั้งแต่ปี 2024 ในขณะที่เศรษฐกิจนามธรรมขยายตัวขึ้น 13.6% ในแง่ดอลลาร์ แต่การขยายตัวที่แท้จริง—ปรับตามเงินเฟ้อ—เป็นศูนย์ การเติบโตของ GDP ในปีนี้เป็นผลมาจากราคาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่จากการผลิตหรือการบริโภคที่เพิ่มขึ้นจริง

การเข้าใจความแตกต่างนี้ผ่านการคำนวณ GDP deflator อย่างถูกต้อง ช่วยให้มองเห็นว่าเศรษฐกิจนั้นเติบโตอย่างแท้จริงหรือเพียงแค่การขยายตัวในนามที่ถูกปกปิดด้วยเงินเฟ้อ

ดูต้นฉบับ
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด