เทรด คือ: ทำความรู้จักการเก็งกำไรและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนในตลาดการเงิน

เทรด คือ กิจกรรมการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อสร้างผลตอบแทน แม้ว่าหลายคนยังไม่เข้าใจว่าเทรด คืออะไร แต่ในยุคการเงินดิจิทัลปัจจุบัน การเทรดได้กลายเป็นช่องทางการลงทุนหลักสำหรับผู้ค้นหารายได้เพิ่มเติม บทความนี้จะพาคุณเข้าใจ เทรด คืออะไร เหตุใดจึงสามารถทำกำไรได้ และรูปแบบการเทรดที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง

ทำความเข้าใจเทรดพื้นฐาน: ตลาดการเงินหลากหลายที่รอคุณสำรวจ

เทรด คือ เครื่องมือทางการเงินที่ผู้ลงทุนใช้ในการแลกเปลี่ยนและซื้อขายสินทรัพย์เพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคา ตรงกันข้ามกับการลงทุนแบบซื้อและถือครองไว้นาน ๆ การเทรด คือ การทำธุรกรรมในช่วงเวลาที่สั้นลง ด้วยเป้าหมายคือการทำกำไรจากความผันผวนของราคา

ในวันนี้คุณสามารถเทรดได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายหุ้นของบริษัทชั้นนำเช่น Microsoft หรือ Apple ต่างกว่าที่คุณอาจเคยคิด ตลาดการเงินทั่วโลกมีสินทรัพย์มากมายให้คุณเลือก ตั้งแต่ดัชนีหุ้นเช่น S&P 500 และ FTSE 100 ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ และเยนญี่ปุ่น หรือแม้แต่สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ เนื้อสัตว์ และพืชผล ทุกอย่างเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยการเทรดที่รอให้คุณเรียนรู้

ต้องมีอะไรก่อนเข้าสู่โลกการเทรด: 5 เรื่องสำคัญที่นักเทรดต้องรู้

ก่อนที่จะเริ่มต้นการเทรด มีข้อมูลที่จำเป็นต้องเข้าใจก่อน ทั้งนี้เพื่อให้การตัดสินใจลงทุนของคุณมีพื้นฐานที่มั่นคง ผมขอแนะนำ 5 เรื่องที่ควรรู้

ประเด็นแรก: สำรวจตัวเองและเป้าหมายของคุณ ก่อนลงมือเทรด ให้ตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าทำไมถึงต้องการเทรด คุณต้องการลงทุนเพื่อสร้างเงินออมระยะยาว หรือปรารถนาทำรายได้เสริมขณะทำงานประจำ บางคนเทรดเพื่อรับเงินปันผล บางคนเทรดเพื่อวางแผนเกษียณอายุ เมื่อคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว คุณจะสามารถเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับตัวเองได้

ประเด็นที่สอง: การศึกษาข้อมูลและความรู้ทำหน้าที่เป็นรากฐาน การเทรด คือ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินจริง ดังนั้นการศึกษาให้ลึกซึ้งจึงเป็นสิ่งบังคับ ลองอ่านบทความจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ศึกษาตำราหนังสือ หรือเข้าร่วมคอร์สฝึกอบรมออนไลน์ ความรู้ที่คุณสะสมจะกลายเป็นทุนสำคัญในการตัดสินใจ

ประเด็นที่สาม: การเรียนรู้ศัพท์และภาษาของโลกการเทรด ในตลาดการเงิน มีศัพท์เฉพาะมากมายที่อาจทำให้คนมือใหม่สับสน ตั้งแต่คำว่า Leverage, Scalping, Position, จนถึง CFD ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อการสนทนา แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้คุณเข้าใจอย่างถูกต้องและสามารถเทรดได้อย่างถูกวิธี

ประเด็นที่สี่: การจัดการความเสี่ยงกับการลงทุน ความเสี่ยง คือ ส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการเทรด คุณต้องเรียนรู้ว่าคุณสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด ตั้งข้อตกลงกับตัวเองว่าจะสามารถทนต่อการขาดทุนในระดับใด นี่คือการสร้าง “stop loss” ส่วนตัวของคุณ เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ไม่อาจควบคุมได้

ประเด็นที่ห้า: การเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสม โบรกเกอร์ คือ บริษัทที่จะช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับตลาด หากเลือกโบรกเกอร์ผิด การเทรดของคุณอาจจะสำนักเสียเวลาและเงิน ให้หลีกเลี่ยง โบรกเกอร์ ที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล ค้นหา โบรกเกอร์ ที่มีการรับรองจากองค์กรเช่น ASIC (ออสเตรเลีย), CIMA (หมู่เกาะเคย์แมน) หรือ FSC (มอริเชียส) ราคา คอมมิชชั่น บริการลูกค้า และการรองรับภาษาท้องถิ่นเป็นปัจจัยสำคัญ

เทรดแต่ละประเภท: เปรียบเทียบหุ้น คริปโท และ Forex เพื่อเลือกเส้นทางของคุณ

ตอนนี้เรามาดูว่าสามารถเทรดผลิตภัณฑ์อะไรได้บ้าง

การเทรดหุ้นและการสร้างความมั่งคั่ง การซื้อขายหุ้นเป็นหนึ่งในวิธีการเทรด ที่เก่าแก่และเป็นที่นิยม คุณเปิดบัญชีหุ้นกับ โบรกเกอร์ จากนั้น โบรกเกอร์ จะส่งคำสั่งซื้อขายของคุณเข้าไปในระบบตลาดหลักทรัพย์ หุ้นของบริษัทชั้นนำเช่น Microsoft (MSFT มูลค่า 1.239 ล้านล้านดอลลาร์ US), Apple (AAPL มูลค่า 2.926 ล้านล้านดอลลาร์ US), Amazon (AMZN มูลค่า 1.239 ล้านล้านดอลลาร์ US), Alphabet (GOOG มูลค่า 1.592 ล้านล้านดอลลาร์ US), Meta Platform Inc (META มูลค่า 1.239 ล้านล้านดอลลาร์ US), และ Walmart (WMT มูลค่า 424.741 พันล้านดอลลาร์ US) นั้นเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม ทำไมจึงนิยม เพราะการลงทุนในหุ้นให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว แม้ว่าตลาดจะมีช่วงเวลาที่ตกต่ำ แต่ประวัติศาสตร์แสดงว่าตลาดหุ้นจะพูพินิจกลับขึ้นมาใหม่ และบางบริษัทยังจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ดังนั้นการเทรดหุ้นจึงไม่ผิดกฎหมาย แต่คุณต้องรับความเสี่ยงของตัวเอง และควรเลือก โบรกเกอร์ ที่น่าเชื่อถือ เช่น ที่ได้รับการรับรองจาก ASIC, FCA UK หรือ CySEC

การเทรดคริปโท: ตลาดที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว คริปโทเคอร์เรนซี คือ สกุลเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งแตกต่างจากเงินทั่วไปที่จับต้องได้ คริปโท ไม่มีตัวตน แต่มีมูลค่าตามความเชื่อและความต้องการของผู้ใช้ เทรดคริปโท นั้นคล้ายกับการเทรดหุ้น แต่ความผันผวนของราคาจะมากกว่ามาก วิธีการเทรด คริปโท ที่นิยมมากคือ Scalping ซึ่งเป็นการเทรดในช่วงสั้นที่สุด โดยจับจังหวะเคลื่อนไหวราคาเล็กน้อย แล้วรีบขายเพื่อทำกำไร บางครั้งใช้เวลาไม่กี่นาทีหรือแม้กระทั่งไม่กี่วินาที เนื่องจากระยะทำกำไรแต่ละครั้งน้อยมาก นักเทรดบางคนจึงเปิด Position หลายสิบหรือนับร้อยพร้อมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสทำกำไรโดยรวม Time frame ที่นิยม ใช้ตั้งแต่ 1 จนถึง 5 นาที แต่วิธีนี้จำเป็นต้องให้ความสมาธิสูงและจ้องหน้าจออยู่ตลอดวัน

Forex: ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราที่ใหญ่ที่สุดในโลก Forex (Foreign Exchange) คือ การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เช่น EUR/USD (ยูโร-ดอลลาร์สหรัฐฯ), USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐฯ-เยนญี่ปุ่น), GBP/USD (ปอนด์-ดอลลาร์สหรัฐฯ), AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย-ดอลลาร์สหรัฐฯ), และ USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐฯ-ฟรังก์สวิส) ราคาแลกเปลี่ยนเปลี่ยนไปตามอุปสงค์และอุหนาคของแต่ละสกุลเงิน Forex เป็นตลาดที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นวันหยุด ข้อดีคือใช้เงินลงทุนน้อย แต่สามารถใช้ leverage (เลเวอเรจ) เพื่อสร้างผลตอบแทนสูง อย่างไรก็ตาม leverage ก็สามารถเพิ่มความสูญเสียได้เช่นกัน

CFD: เครื่องมือเพื่อเทรดโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์ CFD (Contracts For Difference) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่อนุญาตให้คุณเก็งกำไรราคาของสินทรัพย์ต่าง ๆ โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของจริง เช่น คุณสามารถเทรดทองคำผ่าน CFD ได้โดยไม่ต้องถือทองจริง ๆ นั่นหมายความว่าคุณไม่มีภาระเก็บรักษา แต่ได้ผลกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคา CFD เหมาะสำหรับเทรดระยะสั้นและทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว แต่คำเตือนคือ CFD เป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง คุณควรศึกษาและฝึกฝนให้ดีก่อนใช้เงินจริง

3 กลยุทธ์หลักของการเทรด: วันเดียว ระยะยาว และระยะกลาง

นักเทรดแต่ละคนจะเลือกกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเวลา บุคลิกภาพ และเป้าหมายของตัวเอง

Day Trading: ทำกำไรภายในวันเดียว Day Trading คือ การซื้อขายสินทรัพย์ภายในวันเดียว ไม่ถือครองเข้ามือถือไปวันถัดไป เป็นกลยุทธ์ที่รุนแรงและทำให้เครียด แต่มีข้อดี คือ สร้างกำไรเร็ว เนื่องจากจำนวนการเทรดมากและ Volume สูง นักเทรดแบบนี้จำเป็นต้องมีประสบการณ์ เพราะขาดทุนอาจเกิดขึ้นรวดเร็วไม่น้อยกว่า ข้อเสียคือ ต้นทุนค่าธรรมเนียมสูง และต้องจ้องหน้าจออยู่ตลอดวัน

Long Term Trading: ลงทุนระยะยาวเพื่อผลตอบแทนที่มั่นคง Long Term Trading หรือ Positional Trading เป็นกลยุทธ์ที่ตรงข้ามกับ Day Trading ผู้ใช้กลยุทธ์นี้จะถือครอง Position นาน ๆ บางครั้งตั้งแต่สัปดาห์ไปจนถึงเดือนหรือปี ข้อดีคือ ความเครียดน้อย เนื่องจากไม่จำเป็นต้องติดตามราคาตลอดเวลา โอกาสทำกำไรสูงขึ้น และคุณสามารถทำงานประจำพร้อมกับเทรดได้ ข้อเสียคือ ต้องใช้เวลารอคอย ต้องมีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ และหากเกิดข้อผิดพลาด ขาดทุนอาจเกิดขึ้นหลายเดือน

Swing Trading: ทำกำไรระยะกลาง เลือกดีแต่ไม่รอนานเกินไป Swing Trading เป็นกลยุทธ์คนชั้นกลาง ถือครองสถานะระหว่างไม่กี่วันจนถึงสัปดาห์ ข้อดีคือ ใช้เวลาจ้องหน้าจอน้อยกว่า Day Trading เหมาะสำหรับคนที่มีงานประจำ และต้นทุนค่าธรรมเนียมต่ำกว่า เนื่องจากจำนวนเทรดน้อยลง ข้อเสียคือ ต้องหมั่นติดตามตลาด และต้องมีวินัยสูงในการปฏิบัติตามกลยุทธ์

ขั้นตอนสู่ความสำเร็จในการเทรด: ทำอย่างไรให้ก้าวหน้า

มาถึงจุดนี้แล้ว ลองดูว่าจะสร้างพื้นฐานที่มั่นคงเพื่อเทรดให้สำเร็จอย่างไร

หาความรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่มีนักเทรดคนไหนที่รู้ทั้งหมดแล้ว ตลาดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งที่ได้ผลวันนี้อาจไม่ได้ผลพรุ่งนี้ ให้อ่านบทความ เรียนรู้กลยุทธ์ใหม่ ๆ ศึกษาข่าวเศรษฐกิจ และหากมีงบประมาณให้ซื้อหนังสือหรือเข้าคอร์สออนไลน์ เพื่อให้ความรู้ของคุณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ฝึกฝนด้วยบัญชีทดลองฟรี ก่อนที่จะลงเงินจริง ลองฝึกฝนด้วยบัญชีทดลองเทรด (demo account) ของแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Mitrade ที่ให้บัญชีทดลองฟรีพร้อมเงินเสมือนจริง $50,000 ทำให้คุณได้ลองกลยุทธ์ของตัวเองในสภาพแวดล้อมจริง แต่ไม่มีการเสี่ยงจริง Mitrade ยังมีการรับรองจากหน่วยงานหลาย แห่ง ได้แก่ ASIC, CIMA, และ FSC ทำให้เป็นตัวเลือกที่สมควรพิจารณา โบรกเกอร์นี้มีค่าคอมมิชชั่น 0 สเปรดต่ำ เงินฝากขั้นต่ำ $50 เท่านั้น และมีโบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์

ควบคุมอารมณ์และความโลภ ความโลภเป็นศัตรูของนักเทรด คนที่เห็นกำไรเล็กน้อยแล้วต้องการให้มันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มักจบลงด้วยการขาดทุน ตั้งข้อตกลงกับตัวเอง เมื่อถึงเป้าหมายกำไร ให้ปิด Position ที่นั่น อย่าปล่อยให้อารมณ์นำพา การตัดสินใจของคุณ

ความสม่ำเสมอและความอดทน ไม่มีใครชนะทุกครั้ง บางวันขาดทุน บางวันทำกำไร กุญแจคือความสม่ำเสมอและความอดทน ทำการบัญชีการเทรดของคุณ เรียนรู้จากแต่ละครั้งที่ผิด และพัฒนาต่อไป

เลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสม การเทรดสำเร็จขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์มากกว่าที่คิด เลือกโบรกเกอร์ที่มีการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล ค่าธรรมเนียมเหมาะสม และบริการลูกค้าดี โปรแกรมเทรดควรใช้งานง่ายและมีเครื่องมือวิเคราะห์ครบครัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรด

Q: มีวิธีเทรดแบบไหนให้ปลอดภัยที่สุด? A: ไม่มีวิธีเทรดที่ปลอดภัย 100% แต่กลยุทธ์ Long Term Trading นั้นมีความเสี่ยงต่ำกว่า เพราะให้เวลาคุณในการวิเคราะห์มากขึ้น คุณต้องศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจ ข้าวสาร และปัจจัยมหภาคก่อนตัดสินใจ

Q: เทรดได้ปิด position ขาดทุนไหม? A: ได้ เมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้ามกับการคาดหวังของคุณ เพราะฉะนั้นการจัดการความเสี่ยงด้วยการตั้ง Stop Loss จึงสำคัญยิ่งนัก

Q: จะเข้าร่วมการเทรด CFD ได้อย่างไร? A: CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายโดยโบรกเกอร์ เช่น Mitrade คุณเปิดบัญชี ฝากเงิน จากนั้นเลือก CFD ของสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด เช่น ทองคำ หุ้น หรือดัชนี

Q: ทำไมการวิเคราะห์ถึงสำคัญในการเทรด? A: การวิเคราะห์เศรษฐกิจ (Fundamental Analysis) ช่วยให้คุณเข้าใจแนวโน้มตลาดและปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา การวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรมช่วยให้รู้ว่ากิจการที่ลงทุนจะเติบโตหรือไม่ การวิเคราะห์บริษัท ช่วยให้เข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของบริษัท โดยรวมแล้ว นักเทรดมืออาชีพต้องวิเคราะห์จากทุกมุม

สรุป: เทรด คืออะไร และจะเริ่มต้นอย่างไร

เทรด คือ ช่องทางการลงทุนและสร้างรายได้ที่มีศักยภาพสูง แต่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ความสำเร็จในการเทรดต้องการความรู้ ประสบการณ์ วินัย และการจัดการอารมณ์ที่ดี การเทรดไม่ใช่เรื่องเร็วหรือง่าย คุณต้องหมั่นศึกษา ฝึกฝนกับบัญชีทดลองก่อน จากนั้นค่อยเข้าตลาดจริงด้วยสติและแผน

ไม่ว่าจะเลือกเทรดหุ้น คริปโท Forex หรือ CFD ก็ตาม ให้เลือกแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือ ขั้นตอนการเทรดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หลายแพลตฟอร์มจัดให้มีบัญชีทดลองและการศึกษาฟรี หากคุณพร้อมแล้ว ลองฝึกฝนกับเงินเสมือนจริง จากนั้นค่อยสู่การเทรดจริง และจำไว้ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง อย่าเทรดเงินที่คุณไม่อาจสูญเสียได้

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด