This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ปันส่วนเงินทุนให้ชาญฉลาด: Money Management (MM) เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในการเทรด Forex
หลายเทรดเดอร์มักเน้นไปที่การทำกำไรเพียงอย่างเดียว จนลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีจัดการทางการเงิน หรือที่เรียกว่า **Money Management (M/M คือ)**กระบวนการควบคุมเงินทุนของคุณให้เป็นไปอย่างมีแผนและปลอดภัย ปัญหาคือ เทรดเดอร์หลายคนไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องนี้เท่าที่ควร ซึ่งนำมาซึ่งการขาดทุนครั้งใหญ่ที่อาจหลีกเลี่ยงได้
ทำไม Money Management ถึงเป็นอาวุธลับของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ
เมื่อคุณเข้าสู่วงการเทรด Forex คุณจะพบว่าไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ราคาหรือการคาดเดาทิศทางตลาด สิ่งที่แยกความแตกต่างระหว่างเทรดเดอร์มืออาชีพกับผู้ที่พลาดโอกาสนั้นก็คือการจัดการเงินทุนอย่างดี
Money Management ไม่ได้เป็นแค่คำพูดเพื่อฟังฟังเท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในการ:
หากคุณไม่มี Money Management ที่ดี แม้ว่าสัญญาณการเทรดของคุณถูกต้อง 70% ก็อาจยังคงขาดทุนโดยรวม เพราะคุณอาจจะวางเดิมพันที่เท่าไม่เท่ากันในแต่ละครั้ง
M/M คือ อะไร และต่างกับการจัดการความเสี่ยงอย่างไร
M/M คือ ระบบการบริหารจัดการทางการเงินที่รวมถึง:
นักเทรดหลายคนมักสับสนระหว่าง Money Management กับ Risk Management ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน แต่ไม่เหมือนกัน:
Money Management: เป็นเรื่องของวิธีที่คุณใช้เงินทุนของคุณเพื่อเพิ่มผลตอบแทนสูงสุด และลดการสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุด
Risk Management: เป็นเรื่องของการระบุ วิเคราะห์ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเทรด
ให้เปรียบเทียบเหมือนการจัดการบ้านของคุณ:
เมื่อคุณใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน การเทรดของคุณจะมีความสมดุลระหว่างการเติบโตและการป้องกัน
ที่มาและพัฒนาการของ Money Management ในโลกการเงิน
แม้ว่าเราไม่สามารถระบุจุดกำเนิดที่แน่นอนของ Money Management ได้ แต่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า ในปี 1962 นิตยสาร Financial Times Group ได้นำเสนอแนวคิด Money Management ผ่านบทความของ Dan Jones ซึ่งมุ่งเน้นการอธิบายเรื่องกองทุน ตลาดหุ้น ธนาคาร และการเงินส่วนบุคคล
นับตั้งแต่นั้นมา แนวคิดเรื่อง Money Management ได้ฝังตัวลึกลงในวงการลงทุน และกลายเป็นพื้นฐานของการเทรดสมัยใหม่
5 หลักการพื้นฐานของการจัดการเงินที่เทรดเดอร์ต้องรู้
หลักการที่ 1: เงินทุนที่เสี่ยงได้ต้องมาจากเงินพอคน้อย
ก่อนอื่น คุณต้องแบ่งแยกระหว่างเงินที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน กับเงินที่คุณสามารถเสี่ยงได้ว่าจะขาดทุนหรือไม่ขาดทุน การจัดสรรเงินแบบชาญฉลาดนี้คือจุดเริ่มต้นของ Money Management ที่ดี
หลักการที่ 2: แต่ละครั้งที่เทรด ไม่ควรเสี่ยงไม่กว่า 1-2% ของบัญชี
ตัวเลข 2% อาจฟังดูเล็ก แต่นี่คือมิติแนวตั้งฉากที่อยู่ระหว่าง “บัญชีที่เติบโต” กับ “บัญชีที่ได้โดนปิด” ตัวอย่าง: ถ้าบัญชีของคุณมี 100,000 บาท คุณควรเสี่ยงเพียง 2,000 บาทต่อการเทรดครั้งเดียว
หลักการที่ 3: ใช้ Stop Loss ให้ถูกวิธี
Stop Loss ไม่ใช่สิ่งที่ optional (ตัวเลือก) แต่เป็นสิ่งที่ batory (บังคับต้องทำ) เวลาตั้งค่า Stop Loss ให้ตั้งจากระดับราคาที่ “ถ้าผิดพลาดจะยอมรับได้” ไม่ใช่ตั้งให้ห่างหรือเพราะฟังว่าดี
หลักการที่ 4: รู้ก่อน เสี่ยงตาม
ก่อนเทรด ให้เขียนแผนว่า:
มี 80% ของเทรดเดอร์ที่ไม่เขียนแผนนี้ และ 80% ของพวกเขาก็ขาดทุนหนัก
หลักการที่ 5: ความเสี่ยงต่อกำไรอัตราส่วนต้องสมดุล
หากคุณต้องเสี่ยง 2,000 บาท คุณควรหวังกำไรอย่างน้อย 3,000-4,000 บาทขึ้นไป (Reward/Risk Ratio ที่ 1.5:1 ขึ้นไป)
ก่อนเทรด: จะจัดสรรเงินทุนและกำหนดความเสี่ยงได้อย่างไร
ขั้นตอนที่ 1 - คำนวณทั้งเปอร์เซ็นต์และจำนวนจริง
บางคนตั้งความเสี่ยงเป็นเปอร์เซ็นต์ (2% ของบัญชี) ซึ่งถูก แต่จำเป็นต้องแปลงให้เป็นจำนวนจริงด้วย เพื่อให้คุณเห็นว่าคุณกำลังเสี่ยงเงินจำนวนเท่าไร
ตัวอย่าง:
ขั้นตอนที่ 2 - ตั้ง Stop Loss จากการคำนวณ ไม่ใช่จากความรู้สึก
ระยะ Stop Loss ควรเป็นหลายพิพ์ (Multiple) เพื่อให้สามารถทำกำไรได้มากกว่าการขาดทุน
ตัวอย่าง:
ขั้นตอนที่ 3 - เตรียมใจรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ท่องจำไว้ว่า: เทรดได้แพ้ ใครก็ได้แพ้ แม้มืออาชีพก็ตัม ฉะนั้น ห้ามเคลื่อนไหว Stop Loss หลังจากตั้งแล้ว
ระหว่างเทรด: 6 เทคนิคที่ช่วยให้คุณควบคุมบัญชีได้ดีขึ้น
เทคนิคที่ 1 - หลีกเลี่ยงการเทรดเกินตัวหลังจากชนะ
เทรดเดอร์มักตกหลุมนี้: ชนะหนึ่งครั้ง เงินเพิ่มขึ้น อยากเปิดตำแหน่งใหญ่ขึ้นเพื่อทำกำไรมากขึ้น ถ้าแพ้ครั้งนั้น ผลกำไรก่อนหน้านี้หายไปหมด
เทคนิคที่ 2 - ใช้ Leverage ให้พอดี
Leverage (เลเวอเรจ) เป็นดาบสองคม: ความมั่งคั่งแบบไว และการขาดทุนแบบไว ผู้เทรดมืออาชีพใช้เลเวอเรจต่ำ (5:1 ถึง 10:1) เพื่อคงความเสี่ยงอยู่ในระดับควบคุมได้
เทคนิคที่ 3 - อย่าลืมใช้ Stop Loss ทุกครั้ง
“ลืม” Stop Loss คือสาเหตุการขาดทุนสูงสุด เมื่อตั้ง Stop Loss แล้ว ให้เบิกจากพื้นที่คอมพิวเตอร์ไป คุณไม่จำเป็นต้องจ้องไปที่หน้าจอตลอดเวลา
เทคนิคที่ 4 - เทรดบนหลักฐาน ไม่ใช่บนความหวัง
จะเทรดได้สำเร็จ คุณต้องเทรดจากสัญญาณที่ชัดเจน ไม่ใช่ “หวังว่า” ราคาจะไป
เทคนิคที่ 5 - อย่าไล่ตามการขาดทุน
“Chasing losses” (ไล่ตามการขาดทุน) คือเมื่อคุณแพ้ แล้วก็เปิดตำแหน่งใหญ่ขึ้นเพื่อชดเชย นี่คือเส้นทางไปสู่การพัง
เทคนิคที่ 6 - ทุกเทรดต้องเป็นไปตามแผน
ถ้าทำแผนไว้ ให้ยึดมั่น ถ้าไม่ทำแผน ก็จะมีเหตุผลทั้งหลายหาร ทำให้คุณเทรดแบบไร้ระเบียบ
หลังเทรด: วิธีวิเคราะห์ผลและปรับปรุงกลยุทธ์
ขั้นตอนที่ 1 - เขียนบันทึกการเทรดทุกครั้ง
บันทึกควรประกอบด้วย:
ขั้นตอนที่ 2 - ค้นหารูปแบบของผลการเทรด
หลังจากเทรด 20-30 ครั้ง คุณจะเห็นรูปแบบ: ประเภทสัญญาณไหนสำเร็จ ประเภทไหนแพ้บ่อย
ขั้นตอนที่ 3 - ปรับปรุงและวนซ้ำ
สร้างแบบแผนการเทรดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับคุณ เพราะแต่ละคนต่างกัน
9 เทคนิค Money Management ที่ใช้ได้กับทุกคน
1. แบ่งบัญชี 3 ส่วน
2. เพิ่มขนาดตำแหน่งอย่างค่อยเป็นค่อยไป
อย่าวางเดิมพันทั้งหมดในครั้งแรก ถ้าชนะ ก็ค่อยๆ เพิ่มไป
3. รู้ว่าเป็นนักเทรด หรือนักพนัน
4. ตั้งเป้าหมายบรรลุ ไม่ใช่เป้าหมายโลภ
เป้าหมายจริง: กำไร 5-10% ต่อเดือน ไม่ใช่ 50% ต่อสัปดาห์
5. เตรียมใจรับความผิดหวัง
ถ้าเทรด 10 ครั้ง คุณอาจแพ้ 3-4 ครั้ง นั่นปกติ ที่สำคัญคือกำไรโดยรวมเป็นบวก
6. ทำการทดสอบ (Backtesting) กลยุทธ์
ก่อนปล่อย Money จริง ให้ทดสอบวิธีการกับข้อมูลประวัติในอดีตก่อน
7. สร้างสเตตเมนต์ที่ยืดหยุ่น
กลยุทธ์หนึ่งไม่ได้ใช้ได้ทั้งปี คุณต้องปรับปรุงเมื่อตลาดเปลี่ยน
8. ไม่ควรใช้เลเวอเรจเกิน 10:1 สำหรับมือใหม่
เลเวอเรจสูง = ความเสี่ยงสูง เจอสาเหตุที่มือใหม่สูญเสียเงินไว
9. วางแผนระยะยาว
คิดเป็น “ปี” ไม่ใช่ “วัน” ความสำเร็จในการเทรดคือการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่หมั่นไหว่
สรุป: Money Management คือพื้นฐานที่ไม่สามารถข้ามได้
M/M คือ สิ่งที่หลายเทรดเดอร์มองข้าม แต่คนที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดล้วนใช้มัน Money Management ไม่ใช่เรื่องเก่าหรือเบื่อ แต่เป็นเรื่องของการรอดชีวิตและเจริญรุ่งเรืองในตลาด Forex
แม้ว่าคุณจะเป็นนักวิเคราะห์ที่เก่ง หรือมีความรู้เรื่องการเทรดมากมาย แต่หากจัดการทางการเงินไม่ดี ทั้งหมดนั้นก็ไร้ประโยชน์
ดังนั้น เริ่มต้นด้วย Money Management วันนี้ สร้างแผน ควบคุมความเสี่ยง และคำนึงถึงการเจริญรุ่งเรืองในระยะยาว จึงถือเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุดสู่ความสำเร็จในการเทรด Forex