This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
วันนี้เป็นวันที่ 313 ของการเขียนโพสต์ของฉัน ซึ่งไม่มีวันไหนที่ขาดหายไป ทุกบทความไม่ได้เขียนแบบส่งๆ แต่มีการเตรียมการอย่างจริงจัง。[微笑]ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นคนจริงจัง สามารถเดินไปด้วยกันได้ และหวังว่าทุกเนื้อหาที่โพสต์จะช่วยคุณได้。โลกกว้างใหญ่ แต่ฉันตัวเล็ก คลิกติดตามไว้ เพื่อจะได้ไม่ยากที่จะหา。[微笑][微笑]
นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวฉันเอง แชร์ให้ทุกคนฟัง เมื่อฉันเจอการระเบิดติดต่อกัน 3 ครั้ง บัญชีลดลง 90% ฉันรู้สึกว่าฉันไม่มีความหวังอีกต่อไป ครั้งหนึ่งฉันเคยคิดว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคคือถ้วยรางวัล ฉันนอนดึกเฝ้าตลาดและทำการวิเคราะห์อย่างบ้าคลั่ง แต่ตลาดกลับตีหน้าฉันครั้งแล้วครั้งเล่า การไล่ตามราคาและการถือหุ้นในขนาดใหญ่ทำให้ฉันรู้สึกอารมณ์พัง แม้ว่าฉันจะพยายามอย่างหนัก แต่ทำไมฉันถึงขาดทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ ? ในตอนนั้นฉันกัดฟันทำสิ่งหนึ่ง หยุดการซื้อขายทั้งหมด ฉันเปิดบันทึกการซื้อขายและพบว่าความล้มเหลวทั้งหมดชี้ไปที่สองคำว่า: สติแตก ไม่ใช่ตลาดที่โหดร้ายเกินไป แต่เป็นเพราะฉันมักทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า.
ดังนั้นฉันจึงทำสามอย่าง:
หนึ่ง, การทำธุรกรรมแบบลบนั้น, ตัดทิ้งสัญญาณที่ซับซ้อนทั้งหมด, ลดจากสัญญาณเต็มหน้าจอเหลือเพียงสามสัญญาณหลัก.
สอง, แกะสลักการหยุดขาดทุนลงใน DNA, ทุกการเทรดต้องมีการหยุดขาดทุน, เมื่อถึงจุดหยุดขาดทุนให้หยุดขาดทุนอย่างเด็ดขาด, ไม่ต้องเสียใจที่กลัวว่าจะพลาดโอกาสจากการหยุดขาดทุน.
สาม. ทุกการขาดทุนต้องเขียนข้อผิดพลาดที่เฉพาะเจาะจงสามข้อ เช่น การเข้าไปทำการซื้อขายนอกระบบการซื้อขาย การไม่ตัดขาดทุนตามที่ควรจะทำ และการเข้าไปทำการซื้อขายก่อนที่สัญญาณจะมาถึง ต้องเขียนทุกอย่างลงไปและปรับปรุงอย่างเคร่งครัด ทำแบบนี้ต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่าครึ่งปี การเปลี่ยนแปลงของฉันเริ่มปรากฏขึ้น ขาดทุนน้อยลง จิตใจมั่นคงขึ้น และเริ่มมีกำไรในที่สุด ตอนนี้ฉัน才เข้าใจว่าจริงๆ แล้วความมีชีวิตชีวาอยู่ในคำว่าระเบียบวินัย ตราบใดที่ตลาดไม่สามารถฆ่าคุณได้ มันจะทำให้คุณเฉียบคมขึ้นเท่านั้น คุณเคยประสบกับความสิ้นหวังจากการระเบิดบัญชีไหม? มาพูดคุยกันเถอะ!