ป้องกันการฉ้อโกง》BitTrust ร่วมมือกับ Whoscall เปิดใช้งานการตรวจสอบและป้องกันสกุลเงินดิจิทัล สร้างเครือข่ายป้องกันสองชั้น

動區BlockTempo
BTC-1.27%
ETH-0.84%

แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตในท้องถิ่นของไต้หวัน BitoPro ประกาศร่วมมือกับ Whoscall แอปพลิเคชันป้องกันการหลอกลวงทางดิจิทัลในเครือ Gogolook เพื่อเสริมเกราะป้องกันการหลอกลวงในวงการคริปโต
(เรื่องราวก่อนหน้า: BitoPro ร่วมมือกับ KGI “ชำระด้วยบัตรเครดิตแล้วลงทุนคริปโตทันที” คะแนนบัตรเครดิตสามารถแลกเป็น BTC, ETH, USDT)
(ข้อมูลเพิ่มเติม: ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม BitoPro เปิดให้บริการ “สลับธนาคารสำหรับฝาก-ถอน” แบบสองธนาคาร มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง?)

*บทความนี้เป็นแถลงข่าว เขียนและจัดทำโดย BitoPro โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ動區*


กลุ่มมิจฉาชีพใช้ข้ออ้างลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลในการหลอกลวงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้สูงอายุได้กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายเสี่ยงสูงที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความรู้ดิจิทัลที่เป็นสาเหตุของการถูกหลอกลวง BitoPro ประกาศร่วมมือกับ Whoscall แอปพลิเคชันป้องกันการหลอกลวงในเครือ Gogolook เพื่อเปิดตัว “แผนป้องกันการหลอกลวงในคริปโต”

ผ่านกระบวนการ “ป้องกัน, การอ่านรู้เท่าทัน, การตรวจสอบ, การรายงาน” ซึ่งเป็นสี่ขั้นตอนหลักในการป้องกันการหลอกลวง สร้างเครือข่ายความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มควบคู่ไปกับการระบุข้อมูลการสื่อสาร หวังให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ ด้วยขั้นตอนไม่กี่ขั้นตอน เพื่อป้องกันและตัดเส้นทางการติดต่อหลอกลวงตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อเสริมความปลอดภัยทรัพย์สินของกลุ่มเสี่ยงสูง ทุกคนที่อายุเกิน 50 ปีที่ทำภารกิจสำเร็จจะได้รับรหัสแลกเปลี่ยนฟรี “Whoscall เวอร์ชันขั้นสูง” เพื่อเพิ่มความสามารถในการป้องกันการหลอกลวง

BitoPro ร่วมมือกับ Whoscall เปิดตัวแผนป้องกันการหลอกลวงในคริปโต โดยใช้กระบวนการ “ป้องกัน, การอ่านรู้เท่าทัน, การตรวจสอบ, การรายงาน” เพื่อสร้างเครือข่ายความปลอดภัยสองชั้นบนแพลตฟอร์มและการระบุข้อมูลการสื่อสาร

ข้อมูลภายในของ BitoPro ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปมีความเสียหายทางการเงินเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มอายุ 20 ถึง 40 ปีประมาณ 1.5 เท่า และเหตุการณ์ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในแอปพลิเคชันสื่อสาร ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับเงินบำนาญหรือเงินออมระยะยาว เมื่อถูกหลอกลวงจะส่งผลกระทบทางการเงินอย่างรุนแรง กลุ่มผู้สูงอายุมักตกเป็นเหยื่อของ “การหลอกลวงแบบผสมผสาน” ที่ผสมผสานการสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์และการชักจูงให้ลงทุน กลุ่มมิจฉาชีพจะสร้างความไว้วางใจในระยะยาวและนำผู้ใช้ไปยังแพลตฟอร์มปลอม หรือนักลงทุนปลอมเพื่อหลอกลวง แม้ผู้เสียหายจะมีวุฒิการศึกษาสูง ก็ยังอาจเชื่อใจ “คนรู้จัก” มากเกินไป จนลดความระมัดระวังและไม่ตรวจสอบเพิ่มเติม ส่งผลให้ความเสียหายจากเหตุการณ์เดียวสูงขึ้น

ในสถานการณ์ที่กลุ่มมิจฉาชีพพัฒนาระบบการหลอกลวงอย่างเป็นระบบมากขึ้น BitoPro ยังคงให้ความสำคัญกับการป้องกันการหลอกลวงเป็นภารกิจหลักของแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง นาย郑光泰 ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของ BitoPro กล่าวว่า เมื่อทรัพย์สินดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรสินทรัพย์หลักในระดับสากล การป้องกันการหลอกลวงไม่ใช่แค่การบริหารความเสี่ยงส่วนบุคคล แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของแพลตฟอร์มและอุตสาหกรรม โดยนอกจากการตรวจสอบธุรกรรมที่น่าสงสัย การตรวจสอบการลงทะเบียนสมาชิกอย่างเข้มงวด การให้เครื่องมือป้องกันแล้ว ทีมบริการลูกค้าของเรายังให้ความใส่ใจและดูแลกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างใกล้ชิด รวมถึงเชื่อมโยงกับหน่วยงานตำรวจและสถาบันการเงินเพื่อสร้างระบบป้องกันร่วมกัน อย่างไรก็ตาม การหลอกลวงมักเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการสื่อสาร หากไม่สามารถระบุได้ทันที ก็อาจลุกลามไปสู่ขั้นตอนการโอนทรัพย์สิน ดังนั้น BitoPro จึงร่วมมือกับ Whoscall ขยายแนวรับจากแพลตฟอร์มไปยังแหล่งต้นทางของการสื่อสาร พร้อมเชิญชวนพันธมิตรในอุตสาหกรรมเข้าร่วมภารกิจป้องกันการหลอกลวง เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความปลอดภัยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ภาพที่ 2: BitoPro ร่วมมือกับ Whoscall เปิดตัวแผนป้องกันการหลอกลวงในคริปโต โดยขยายแนวรับจากแพลตฟอร์มไปยังแหล่งต้นทางของการสื่อสาร เพื่อเสริมความปลอดภัยของทรัพย์สิน

郭建甫 ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารของ Gogolook กล่าวว่า “เมื่อทรัพย์สินดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมทางการเงินหลัก การพัฒนาทักษะการป้องกันการหลอกลวงก็ต้องก้าวตามไปด้วย นี่คือเหตุผลที่ Whoscall เข้าสู่ตลาดคริปโตอีกครั้งด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ หวังว่าจะใช้โอกาสนี้ร่วมกับ BitoPro เพื่อให้ Whoscall เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบและป้องกันการหลอกลวง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับมือกับการลงทุนดิจิทัลรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังขอให้ผู้ใช้ทุกคนปฏิบัติตามแนวคิด “ตรวจสอบก่อน ลงมือทำ” เมื่อเผชิญข้อมูลการลงทุนแปลกใหม่ เพื่อสร้างชีวิตทางการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและมั่นใจ

แผนการนี้เน้นที่ “สี่ขั้นตอนป้องกันการหลอกลวง” เพื่อชี้นำให้ผู้ใช้สร้างแนวป้องกันในชีวิตประจำวัน เริ่มจาก “การป้องกัน” และ “การอ่านรู้เท่าทัน” โดยใช้การตั้งค่าความปลอดภัยบน BitoPro เช่น คีย์ผ่าน (Passkey), การยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (2FA), รหัสป้องกันฟิชชิ่ง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับบัญชี พร้อมกับใช้ “การตรวจสอบข้อมูลรั่วไหลส่วนบุคคล” ของ Whoscall ตรวจสอบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเป็นระยะ ๆ รวมถึงอ่านข่าวสารเตือนภัยจาก Whoscall เป็นประจำเพื่อเรียนรู้เทคนิคและกลวิธีล่าสุดในการหลอกลวง เพื่อให้การรับรู้ความเสี่ยงกลายเป็นนิสัยในชีวิตประจำวัน ในส่วนของ “การตรวจสอบ” และ “การรายงาน” เมื่อได้รับข้อความหรือสายโทรศัพท์ที่น่าสงสัย ผู้ใช้สามารถใช้ “หน้าเว็บตรวจสอบทางการ” ของ BitoPro หรือ “One-Click Check” ของ Whoscall เพื่อตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์ หรือสแกนภาพหน้าจอเพื่อดูความถูกต้องของเนื้อหา และสามารถรายงานเหตุการณ์ผ่าน “ศูนย์รายงานการหลอกลวงในชุมชน” เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อ

ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบ 12 ปีของกลุ่ม BitoGroup ของ BitoPro แพลตฟอร์มจึงเปิดตัวกิจกรรมภารกิจป้องกันการหลอกลวง ผู้ใช้สามารถทำภารกิจตรวจสอบและทดสอบความรู้ในหน้าแคมเปญของ BitoPro เพื่อรับรหัสแลกเปลี่ยน “Whoscall เวอร์ชันขั้นสูง – แผนพื้นฐาน” ซึ่งรวมฟีเจอร์ “อัปเดตฐานข้อมูลหมายเลขอัตโนมัติ”, “บล็อกหมายเลขรบกวนอัตโนมัติ”, “ผู้จัดการข้อความอัจฉริยะ” และ “การระบุสายเรียกเข้าแบบทันที Plus (เฉพาะ iOS)” นอกจากนี้ “แบบทดสอบความรู้ป้องกันการหลอกลวง” รายเดือนของ Whoscall ก็จะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนมีนาคม โดยผู้ที่ทำแบบทดสอบจะมีโอกาสได้รับรางวัลเป็น Bitcoin มูลค่า 6,000 บาท เพื่อเสริมสร้างความรู้และความปลอดภัยด้านการเงินดิจิทัล สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่อายุเกิน 50 ปี หากทำภารกิจสำเร็จจะได้รับรหัสแลกเปลี่ยน “Whoscall เวอร์ชันขั้นสูง” ฟรีเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเสริมความปลอดภัยของทรัพย์สินดิจิทัลอย่างเต็มที่

ดูต้นฉบับ
news.article.disclaimer
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น